แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เปปไทด์ฮอร์โมน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เปปไทด์ฮอร์โมน แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

โกรทฮอร์โมน growth hormone (GH)

โกรทฮอร์โมน growth hormone (GH)
โกรทฮอร์โมน growth hormone (GH) เป็นฮอร์โมนชนิดโปรตีน หรือที่เรียกว่าเปปไทด์ฮอร์โมน โครงสร้างประกอบด้วยกรดอะมิโน 190 ตัว เป็นฮอร์โมนที่ถูกผลิตขึ้นจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า และมีผลต่อการเจริญเติบโต รวมทั้งเมตะบอลิสซึมของร่างกาย มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า somatotropin
ยีนที่ควบคุมการสร้างโกรทฮอร์โมน อยู่บน q22-24 region ของโครโมโซมคู่ที่ 17 และมีลักษณะใกล้เคียงกับยีนที่ควบคุมการสร้าง human chorionic somatomammotropin (hCS) หรือที่เรียกว่า placental lactogen ฮอร์โมนทั้ง 3 ชนิด คือ
GH, human chorionic somatomammotropin (hCS), และ prolactin (PRL) จัดอยู่ในกลุ่ม
เดียวกัน เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต และการสร้างน้ำนม
โกรทฮอร์โมนรูปแบบที่พบในร่างกายมนุษย์มากที่สุด ประกอบด้วยกรดอะมิโน 190 ตัว น้ำหนักโมเลกุลประมาณ 22,000 ดาลตัน โครงสร้างเป็นแบบเกลียวชนิดสี่เกลียว มีส่วนที่ทำหน้าที่จับกับตัวรับ โกรทฮอร์โมนในสัตว์แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ถ้านำมาใช้ในมนุษย์ต้องเป็นของมนุษย์เองและสัตว์ประเภทลิงเท่านั้น หรือใช้โกรทฮอร์โมนชนิดสังเคราะห์

การสร้างโกรทฮอร์โมน growth hormone (GH)
โกรทฮอร์โมนสร้าง และหลั่งออกมาจากเซลล์ที่มีชื่อเรียกว่า โซมาโตรโทรฟ(somatotrophs) ซึ่งอยู่ในต่อมใต้สมองส่วนหน้า การสร้างโกรทฮอร์โมนถูกควบคุมโดยปัจจัยต่างๆ หลายชนิด ได้แก่ ภาวะความเครียด การออกกำลังกาย ภาวะโภชนาการ การนอน รวมทั้งตัวโกรทฮอร์โมนเองด้วย
ปัจจัยที่ควบคุมที่สำคัญเป็นฮอร์โมน 3 ชนิด เป็นฮอร์โมนจากสมองส่วนฮัยโปธาลามัส 2 ชนิด และฮอร์โมนจากกระเพาะอาหารอีกหนึ่งชนิด ได้แก่
1. growth hormone-releasing hormone (GHRH) เป็นเปปไทด์ฮอร์โมนเช่นเดียวกัน สร้างมาจากสมองส่วนฮัยโปธาลามัส ทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างโกรทฮอร์โมน และควบคุมการหลั่งของโกรทฮอร์โมนอีกด้วย
2. somatostatin (SS) เป็นเปปไทด์ฮอร์โมน ที่ผลิตมาจากเนื้อเยื่อหลายชนิดในร่างกาย รวมทั้งสมอง ส่วนฮัยโปธาลามัส จัดเป็นฮอร์โมยับยั้ง มีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งโกรทฮอร์โมน ในขณะที่ร่างกายกำลังตอบสนองต่อผลของ GHRH นอกจากนี้ยังพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดที่ลดต่ำลงจะกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมน นี้ด้วย
3. ghrelin เป็นเปปไทด์ฮอร์โมนที่หลั่งมาจากเยื่อบุผนังกระเพาะอาหาร ฮอร์โมนนี้มีความสามารถในการจับกับตัวรับซึ่งอยู่บนเซลล์ชนิด somatotrophs และกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมนได้ในปริมาณมากพอสมควร

การหลั่งโกรทฮอร์โมน growth hormone (GH)
การหลั่งโกรทฮอร์โมนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการย้อนกลับที่เกี่ยวข้องกับ IGF-Iในขณะที่ระดับของ IGF-I เพิ่มสูงขึ้น จะทำให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาน้อยลง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เกิดจากกลไกที่สำคัญสองประการ ประการแรก เกิดจากการกดการทำงานของเซลล์ชนิด somatotroph และประการที่สองเกิดจากการกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน somatostatin จากสมองส่วนฮัยโปธาลามัส
1. โกรทฮอร์โมนยังสามารถย้อนกลับไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมน GHRH และมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมน somatotroph
2. การหลั่งโกรทฮอร์โมน เป็นแบบไม่สม่ำเสมอ มีบางช่วงที่มากและบางช่วงที่น้อย อันเป็นผลเนื่องมาจากปัจจัยข้างต้น
3.สำหรับระดับของโกรทฮอร์โมนในเลือดที่พื้นฐานถือว่าต่ำมาก
4.ในเด็กและวัยรุ่น พบว่าการหลั่งโกรทฮอร์โมนจะเกิดขึ้นมากที่สุดภายหลังจากขณะที่นอนหลับหลับลึก

โกรทฮอร์โมน growth hormone (GH) ทำหน้าที่อะไร
โกรทฮอร์โมนเกี่ยวข้องกับการควบคุมขบวนการต่างๆ ในร่างกายการเจริญเติบโตของร่างกาย รวมทั้งกระบวนการเมตะบอลิสซึมในร่างกาย เป็นที่ทราบกันดีในขณะนี้ว่าผลที่เกิดจากโกรทฮอร์โมนในร่างกายมีสองชนิด ชนิดแรก เป็นผลโดยตรง และชนิดที่สอง เป็นผลทางอ้อม
ผลโดยตรง เกิดจากการที่โกรทฮอร์โมนไปจับกับตัวรับบนเซลล์ เป้าหมาย ยกตังอย่างเช่น เซลล์เป้าหมายเป็นเซลล์ไขมัน เซลล์ไขมันจะมีตัวรับ โกรทฮอร์โมนจะกระตุ้นให้เกิดการสลายไขมันชนิด ไตรกลีเซอไรด์ และยับยั้งการสะสมไขมันที่ล่องลอยอยู่ในกระแสเลือด
ผลทางอ้อม เกิดขึ้นผ่านทางสารอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า 'สารกระตุ้นเจริญเติบโตที่คล้ายอินซูลิน' หรือ insulin-like growth factor-I (IGF-I) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างขึ้นจากตับ และเนื้อเยื่ออื่นๆ การสร้าง IGF-I เป็นผลจากโกรทฮอร์โมนโดยตรง ส่วนใหญ่แล้วผลของโกรทฮอร์โมนเกิดจาก IGF-I ออกฤทธิ์ที่เซลล์เป้าหมาย


ความผิดปกติของโกรทฮอร์โมน

เด็กที่ขาดโกรทฮอร์โมนจะมีหน้าตาที่ดูอ่อนกว่าอายุจริง รูปร่างเตี้ยเล็กแต่สมส่วน อ้วนกลมเนื่องจาก มีไขมันสะสมบริเวณลำตัวมาก น้ำตาลในเลือดต่ำ ถ้าเป็นเด็กชายมักมีอวัยวะเพศเล็กไม่สมวัย การขาดโกรทฮอร์โมน ไม่มีผลกระทบต่อระดับสติปัญญาของเด็ก (แต่มักมีปัญหาด้านจิตใจ) เรียกภาวะนี้ว่า การเตี้ยแคระหรือ dwarfism
การขาดโกรทฮอร์โมนทำให้ร่างกายเตี้ยแคระ (dwarfism)
ร่างกายเตี้ยแคระไม่ได้เกิดจากการขาดโกรทฮอร์โมนเสมอไป บางครั้งโกรทฮอร์โมน ในกระแสเลือดปกติ แต่ตัวรับสัญญาณไม่ตอบสนองต่อโกรทฮอร์โมน ซึ่งมักอาจเกิดจากการผ่าเหล่า(mutation)ของยีนของตัวรับสัญญาณ ทำให้โกรทฮอร์โมนทำงานไม่ได้ เรียกการเตี้ยแคระแบบนี้ว่าการเตี้ยแคระแบบลาร์สันหรือ การไม่ตอบสนองต่อโกรทฮอร์โมน (Larson dwarfism หรือ growth hormone insensitivity)
เปรียบเทียบความสูงของเด็กที่มีฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำและเด็กเตี้ยแคระเนื่องจากโกรทฮอร์โมนต่ำกับเด็กปกติอายุ 2 ปี และเด็กปกติอายุ 8 ปีจะพบว่า
เด็กที่ไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำจะตัวเตี้ยแขนขาสั้นเท่ากับเด็กอายุ 2 ปีและเตี้ยกว่าเด็กปกติ
เด็กที่เตี้ยแคระเนื่องจากขาดโกรทฮอร์โมนจะสมส่วน (สังเกตระดับกระดูกเชิงกราน) แต่เตี้ยกว่าเด็กปกติ ที่อายุเท่ากันอยู่มากเช่นกัน
นอกจากภาวะขาดโกรทฮอร์โมน ( growth hormone) แล้ว การขาดไทรอยด์ฮอร์โมนและฮอร์โมนเพศ ยังมีผลทำให้ เด็กเตี้ยแต่การขาดไทรอยด์ฮอร์โมนมักหมีผลทางด้านสติปัญญาร่วมด้วย การมีฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตมากเกินไป ก็ทำให้เด็กมีรูปร่างอ้วนเตี้ยได้

หนุ่มสาวอีกครั้งด้วยโกรทฮอร์โมน

วงการแพทย์ตะวันตกลงความเห็นว่า ความชราหรือความแก่นี้ จัดเป็นโรคแล้วนะขอบอก เมื่อจัดเป็นโรคก็ต้องมีแพทย์เฉพาะทางดูแลโดยตรง คือ แพทย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ หรือ Anti-aging specialist
อ่านเจอในนิตยสารพลอยแกมเพชรเขียนโดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช ฉบับที่ 381 15 ธค. 50 น่าสนใจมั่กๆสำหรับคนรักสวยรักงามและอยากเป็นหนุ่มเป็นสาวไม่รู้จบ ไชโย....ต่อไปนี้พวกเราก็ต่างพากันหล่อพากันสวยไปชั่วกาลนานเลย จึงรีบเร่งสรุปย่อๆให้ชาว Blog อ่าน เพื่อจะได้สวยๆหล่อๆโดยทั่วหน้า
ตามอ่านนะ เริ่มสรุปแล้วส์.. นัก วิทยาศาสตร์ด้านชีววิทยาความชราตั้งทฤษฎีไว้ว่า เหตุที่คนเราแก่เกิดจากสมองสร้างฮอร์โมนได้น้อยลง แค่ต่อมใต้สมองอย่างเดียวก็ผลิตฮอร์โมนได้เกือบสิบชนิดแล้ว แต่ฮอร์โมนที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เราแก่หรือเด็กลงได้ คือ โกรทฮอร์โมน (Growth hormone) ถือกันว่าเป็นฮอร์โมนแห่งความหนุ่มสาวเลยทีเดียวเชียวแหละ ในยุคเรอเนสซองซ์ บรรดากษัตริย์-ราชินีแห่งยุโรปพากันส่งทหารไปเสาะหาน้ำพุแห่งความเยาว์วัยเดินทางตามหากันไกลครึ่งค่อนโลก ก็ไม่พบ นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบว่า น้ำพุแห่งความเยาว์วัยอยู่ใกล้ตัวเรานี่เอง ใกล้ยิ่งกว่าปลายจมูกซะอีก นั่นคือ โกรทฮอร์โมน จากต่อมใต้สมองของเรานี่เอง วัย รุ่นที่สดใสก็เพราะมีโกรทฮอร์โมนมาก ช่วยกระตุ้นทั้งร่างกายและจิตใจให้มีความสดชื่นแจ่มใส กระชุ่มกระชวย แต่พอถึงอายุ 25 ปี ฮอร์โมนตัวนี้จะลดต่ำลงถึงปีละ 15 % ทุกสิบปี ทำให้ รู้สึกล้าแต่ไม่เชิงเหนื่อย เพลีย แต่นอนมากเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม อยากจะนอนอยู่นั่นแหละ นอนหลับไม่สนิท ตอนเช้าไม่อยากตื่น ไม่มีแรงลุกไปทำงาน พอตกบ่ายง่วงอีกแล้ว ลุกนั่งเร็วๆมีอาการหน้ามืดง่าย กินน้อยแต่อ้วนมาก น้ำหนักขึ้นง่ายแต่ลงยาก ความจำแย่ลง มีริ้วรอยบนใบหน้า อีกเยอะแยะมากมาย ขี้เกียจสาธยาย เพราะเราเป็นทุกอย่างที่พูดมาทั้งหมดนั่นแหละ อาการเหล่านี้ คือ อาการของโรคที่เรียกว่า โรคชรา
ปัจจุบันวงการแพทย์ตะวันตกลงความเห็นว่า ความชราหรือความแก่นี้ จัดเป็นโรคแล้วนะขอบอก เมื่อจัดเป็นโรคก็ต้องมีแพทย์เฉพาะทางดูแลโดยตรง คือ แพทย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ หรือ Anti-aging specialist ซึ่ง ศึกษาเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใหม่ล่าสุดโดยตรง เช่น การใช้ฮอร์โมนธรรมชาติ ขอย้ำไม่ใช่ฮอร์โมนสังเคราะห์นา ก็คือโกรทฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองของท่านทั้งหลายนั่นแหละจ้า.... เลิศสุดๆ
ห้าม พลาดตอนต่อไป ตอนนี้เรารู้แล้วนี่ว่าทำไมถึงแก่ ตอนต่อไปเป็นขั้นตอนการทำตัวยังไงถึงไม่ให้แก่ จนแยกอายุจริงกับอายุที่ตัว/อายุที่เห็นไม่ได้เลย สน...ใช่มั๊ย ถ้าสน....ก็ต้องติดตามอ่านตอนต่อไป เพื่อความเป็นหนุ่มสาวนิรันดร์